Image for post
Image for post
อกหักทางวิทยาศาสตร์ ที่มารูปภาพ | https://www.bigdreamblog.com/2021/03/02/อกหัก-ความเจ็บปวดทางวิท/

อกหัก ไม่ถึงตาย! แต่ไม่เห็นมีใครบอกว่ามันทรมานมาก!! ความทรมานหลังการอกหักทางวิทยาศาสตร์ ที่ส่งผลต่อร่างกายมนุษย์! ในช่วงที่เรากำลังมูฟออน

ที่มาของบทความ | https://www.bigdreamblog.com/2021/03/02/อกหัก-ความเจ็บปวดทางวิท/

อกหักมูฟออนเหมือนเลิกบุหรี่

ทำไมรู้สึก วูบ ใจหาย ในช่วงเวลาที่ผิดหวังในความรัก?
การอกหัก การไม่มูฟออน อาจเป็นประสบการณ์ร่วมของคนหลาย ๆ คน (รวมถึงผมด้วย)

การจะมูฟออนเปรียบเสมือน การเลิกบุหรี่ หรือยาเสพติดเหมือนกันนะครับ

บางคนสามารถเลิกบุหรี่มาแล้วเป็นปี ๆ แต่พอเจอภาวะเครียดได้ประมาณนึง ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่คนที่เลิกบุหรี่คนนั้นก็จะกลับไปอยากสูบบุหรี่อีกครั้ง
ถึงแม้ว่าจะเลิกมาแล้วหลายปีก็เถอะ ~!

เพราะคิดว่าอะไรก็ช่วยเยียวยาความเครียดไม่ได้ ขอแค่มวลเดียวเท่านั้น
เช่นเดียวกันกับอาการหลังการอกหักนั่นแหละครับ
ถึงแม้หลาย ๆ คนไม่ได้คุยกับคนที่ทำให้เราเสียใจมานานมาก ๆ แล้วคิดว่ามูฟออนแล้ว

“ฉันไม่รู้สึกอะไรแล้ว”

แต่พอมีเหตุการณ์บางเหตุการณ์
เช่น เผลอ(หรือตั้งใจ)เอาแอคหลุมไปส่อง IG เขา หรือเขาทักมา
ความรู้สึกเดิม ๆ มันก็กลับมาได้เหมือนกัน คือการมูฟออนเป็นวงกลม

การศึกษาทางวิทยาศาสตร์บอกว่า ?

ทางวิทยาศาสตร์มีการทดลองและวิจัย (ข้อมูลจาก NATIONAL CENTER FOR BIOTECHOLOGY)…


Image for post
Image for post

เห็น หนัง เข้า NETFLIX มาสักพักและ แต่ก็ไม่ได้ดูสักที เพราะว่าความรู้สึกแรก หนัง ไรวะ น่าเบื่อแน่ดูจาก POSTER และสีของภาพ ถึงแม้จะนำแสดงโดย โรซามัน ไพค์ ที่เล่นเรื่อง GONE GIRL หนัง ในดวงใจผมก็เถอะ มาเดี่ยวจะ รีวิว I CARE A LOT ให้อ่านกันน

I CARE A LOT | THEME เรื่อง

โดยเรื่องภาพรวมก็คือ นางเอกอะ เป็นทนายที่เก่งมาก จึงใช้กฏหมายทำสิ่งต่าง ๆ ที่ผิดจรรยาบรรณ โดยทำอาชีพเป็นผู้ดูแลคนที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ตามกฏหมาย แต่ที่ผิดจรรยาบรรณก็คือ แกจะเลือกเฉพาะคนแก่ที่รวย มีมรดกหรือต่าง ๆ และทำให้เขาต้องเข้าไปอยู่บ้านพักคนชรา แบบเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตาม

และเมื่อดูจบ ปีเตอร์ ดิงค์เลจ ทำให้รู้เลยว่าเขาเหมาะกับคาแรคเตอร์แบบนี้สุด ๆ อะ
“แลนนิสเตอร์ ใช้หนี้เสมอ”
คำคม คำนี้ลอยมาเลยครับผม

เมิงงง ไปดู ตั้งแต่ หนัง GONE GIRL จบผมหา หนัง แนวนั้นดูตลอดมา แต่ไม่เคยมีความรู้สึกว่าหาเจอเลย จนมาเจอเรื่องนี้ ทำให้รู้ว่า หนังแนว “เธอมันร้ายยยยย” มันสนุกมาก และ หนัง ทำได้ดีมากกก คือคนเล่นมันต้องเป็น โรซามัน ไพค์ จริง ๆ อะ เวลาเราดู หนังเรื่องไหนที่เขาเล่นอีก คงติดภาพ นังร้ายย ไว้ในหัวแล้วหลังจากนี้

ดู รีวิว NETFLIX และ หนัง เรื่องอื่น ๆ


งาน “ฉุกคิด ชีวิตเปลี่ยน” พึ่งจบไปไม่นานนี้ ผมจะเล่าในเรื่องของการทำงานและเล่าเนื้อหา ของ Speaker แต่ละท่าน

ดูฉบับ เต็ม งานฉุกคิดชีวิตเปลี่ยน

กว่าจะ (มาเป็น) ฉุกคิด

ฉุกคิดเริ่มต้นจาก แนวคิดที่ว่า “เราจะสร้าง ภูมิคุ้มกันทางความคิด ให้กับคนในสังคมได้อย่างไร ? ” และประชุมสรุปในสภากับ กรรมาธิการ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม กันได้ว่าจะจัดเป็นรูปแบบงาน TALK ผ่าน Theme ฉุกคิด ชีวิตเปลี่ยน

จากนั้นเราเริ่มรวบรวมอาสาสมัคร ที่มีความหลากหลายทางความคิด ทัศนคติ รวมถึงหน้าที่การงาน อาสาสมัครไม่มีใครได้ค่าตอบแทนแต่ต่างคนต่างตั้งใจทำงานเพื่อให้งานนี้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดในระยะเวลาที่มี

อาสาสมัคร เตรียมงาน ประชุมงานกัน หลายต่อหลายครั้งก่อนจะออกมาเป็นวันนี้ และที่สำคัญที่สุดคืออาสาสมัครลงทั้งแรง ลงทั้งเงิน ลงความคิด และลงเวลา เพราะมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือเป็นส่วนหนึ่ง ส่วนเล็ก ๆ ที่จะสร้างประโยชน์ให้กับคนในสังคมได้ ผ่านการทำงานร่วมกันโดยใช้หลักการ 2S คือ Service Mind และ Sanook !

Image for post
Image for post

ค้นหา ตัว เอง ทำไมถึงสำคัญ ?

Image for post
Image for post

มันมีเรื่องเล่านึงของช่างทำรองเท้า ที่เก่งมากที่สุดคนนึงในยุโรป ในยุคสมัยก่อน เป็นที่เล่าขานกันว่า หากจะทำรองเท้าต้องมาทำกับคนคนนี้ เขาคือเฮคเตอร์ครับ

เฮคเตอร์ สามารถผลิตรองเท้าคุณภาพไม่เป็นรองใคร สามารถผลิตได้เป็นร้อย ๆ คู่ ต่อสัปดาห์ แต่เขาเลือกที่จะทำเพียง 30–40 คู่เท่านั้น

คำถามคือ ทำไม ? เฮคเตอร์บอกว่า ถึงแม้เขาจะเก่งในการทำรองเท้าแค่ไหน แต่เขาก็ไม่สามารถขายมันออกไปได้นั้นเอง

ต่อมาเฮคเตอร์ได้รู้จักกับเซอจิโอ้ ซึ่งเซอจิโอ้นี่ก็ขึ้นชื่อเรื่องการขายและการเจราต่อรอง ทั้งคู่ใช้จุดแข็งของทั้งสองร่วมกัน จึงสามารถทำให้เฮคเตอร์ ผลิตรองเท้าและขายออกได้เป็นร้อย ๆ คู่ต่อสัปดาห์นั้นเองครับ

คำพูดที่ว่า “คุณสามารถเป็นทุกอย่างที่คุณอยากจะเป็น” เราอาจจะต้องแก้ไขเป็น

“คุณไม่สามารถเป็นทุกอย่างที่อยากจะเป็นได้ แต่คุณสามารถเป็นตัวคุณที่ดีขึ้นได้ ! ”

OUT SIDE IN และ IN SIDE OUT

ก็คือ จากภายนอกสะท้อนกลับมา คือ ให้คนอื่น ๆ ช่วยนั้นเองครับ

และจากภายใน สู่ภายนอก แบบนี้จะเป็นแนวสำรวจตัวเองต่าง ๆ

ขอความเห็น

เริ่มจากแบบ OUT SIDE IN ก่อนเลยนะครับ คือการสอบถาม เพื่อน หรือคนรอบตัวโดยใช้คำถามประมาณว่า “ถ้านึกถึงเรา จะนึกถึงเรื่องอะไร ?”


ในสังคมเราพบเจอผู้คนที่โดดเด่น และน่าสนใจกว่าผุ้อื่นเสมอ ๆ เขาช่างดู มั่นใจในตัวเอง หรืออะไรที่ทำให้เขาดูกลายเป็นคนน่าสนใจขึ้นมา วิธีเป็นคนน่าสนใจ

วันนี้ผมไปอ่านเจอบทความของมีเดียมจากนักเขียนที่ติดตามอยู่จึงอยากเอามาแบ่งปันปนกับแนวคิดของตัวเองมาแชร์กันนะครับ

“เวลาคนที่น่าสนใจคุยกัน พวกเขาลืมที่จะพูดเรื่องตัวเอง” -Ed Latimore

ดู คำคม อื่น ๆ ที่ |500 คำคม แรงบันดาลใจ ความรัก และความฝัน

เหมือนที่ Elon musk พูดบ่อย ๆ ว่า “เขาเป็นธรรมดา ที่พยายามทำในสิ่งที่ไม่ธรรมดา”
ดูเพิ่มเติม คำคมคนดัง

Image for post
Image for post

1. ลดความขึ้เกียจในตัวเองลง

มาเริ่มที่ข้อแรกกันเลยนะครับ คือพยายามลด ละเลิก อาการความขี้เกียจของตัวเอง ผมเชื่อว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วนะครับที่จะขี้เกียจ ก่อนผมเขียนบทความนี้ผมก็ขี้เกียจสุด ๆ ไปเลย

แต่ถ้าคุณพยายามลดความขี้เกียจของตัวเองลง ทำในสิ่งที่คุณสนใจ มันก็จะทำให้คุณมีสเน่ห์และน่าสนใจมากยิ่งขึ้นนะครับ

แต่เราต้องชัดเจนนะครับว่า มันต้องไม่ใช่เป็นการทำให้ตัวเองดูยุ่ง

ดูอย่างไร ? ก็ดูว่าสิ่งที่เราทำนั้นมันสำคัญกับเราจริง ๆ หรือเปล่า เป็นสิ่งที่ตัวเองอยากทำจริง ๆ หรือเปล่านั้นเองครับ

2. จริงใจ และแสดงออกถึงความจริง

การแสดงออกถึงความจริงใจ และซื่อสัตย์ ต่อสิ่งที่คุณหลงไหล คุณชอบ หรือสิ่งที่คุณใช้เวลาด้วยเนี้ยมันทำให้เราสัมผัสถึงคนแบบนั้นได้ว่า เห้ย นี่คือของจริง เขาสนใจสิ่งนั้นจริง ๆ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเป็น ผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ เลยก็ได้ เพียงแค่เป็นคนที่เริ่มศึกษาอะไรใหม่ ๆ ก็ดูน่าสนใจมาก ๆ แล้ว…


เคยคุยกับใครแล้วทำให้เราได้ฉุกคิดไหมครับ?
คำบางคำอาจส่งผลให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปตลอดกาล
และนี่คือคำที่ส่งผลต่อชีวิตผมครับ !!!

.

Image for post
Image for post

คำคม 8 คำคมเปลี่ยนชีวิต
ช่วงชีวิตเราปฏิเสธไม่ได้เลยนะครับว่า มีหลากหลายเหตุการณ์ที่ส่งผลกับชีวิตเรา ไม่ว่าจะเป็นบทเรียน ความผิดพลาด หรือความสำเร็จ มันส่งผลต่อชีวิตเราทั้งนั้น
รวมทั้ง คำบางคำ ก็เช่นกัน
.
นี่เป็น 8 คำคมเปลี่ยนชีวิต ที่ผมยึดถือมาตลอด ทั้งในการดำรงค์ชีวิต การตามความฝันและการคุยกับตัวเองครับ
.
1.อยากได้ในสิ่งที่ไม่เคยได้ ต้องทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ
2.ทำวันละนิด ดีกว่าคิดที่จะทำ
3.คิดแล้วไม่ทำก็ไม่ต่างกับการที่ไม่ได้คิด
4.ทุกคนล้วนเป็นนักเดินทาง ต่างมีเส้นทางเป็นของตนเอง — นิ้วกลม
5.คิดจะไปดวงจันทร์ อย่าหยุดที่หน้าปากซอย — รวิศ หาญอุสาหะ
6.Respect Everyone but fear no one — Roger Federer
7.ไม่มีคนมานั่งเข้าใจคุณ จนกว่าคุณจะทำมันสำเร็จ — VIT Start your way
8.เกมส์จบแต่เรายังไม่แพ้ ถ้าเราไม่ยอมแพ้ — ต็อบ เถ้าแก่น้อย

อ่าน คำคม อืื่น ๆ กว่า 500 คำ

.


Space Sweepers ชนชั้นขยะปฏิวัติจักรวาล

โหหหหหหห นี้คือหนังเกาหลี ! Space Sweepers รีวิว ว่า หนังนี่แบบทำลายกำแพงด้านภาษา และเรื่องราวของหนังไปเลย ตอนดูคือรุ้สึกว่า นี้คือสนามระดับ ฮอลลีวูดไปแล้ว เกาหลีใต้เขาไปถึงขั้นนั้นแล้วจริง ๆ

แบบทำลายกำแพงด้านภาษา และเรื่องราวของหนังไปเลย ตอนดูคือรู้สึกว่า นี้คือสนามระดับ ฮอลลีวูดไปแล้ว เกาหลีใต้เขาไปถึงขั้นนั้นแล้วจริง ๆ

.

พอดูไปก็รู้สึกว่า หลังจากนี้วงการหนังคงบ่งบอกไม่ได้แล้วว่า หนังดีต้องเป็น AMERICA หรือ UK เท่านั้น คือมันทำลายกรอบเรื่องสัญชาติของหนังไปทั้งหมดเลย

.

ทำให้นึกถึง BOON JOON HO วันที่รับรางวัลออสการ์ว่า

“ถ้าพ้นข้อจำกัดของซับไทเทิลไปได้ก็จะพบกับภาพยนตร์ชั้นยอดอีกมากมาย”
คำคมอื่น ๆ | 500 คำคม แรงบันดาลใจ ความรัก และความฝัน

.

ผมว่า แค่ดู ภาพ CG ก็คือ ถือว่าคุ้มมากแล้ว

แต่ติดเรื่องเดียว คือผมคิดว่า ฉากที่บีบหัวใจดราม่า มันยังไม่ถึง แต่นั้นแหละ แค่นิดเดียวจริง ๆ แล้วก็หนังยาวไปนิด แต่รวม ๆ คือดีมากกกก

.

Image for post
Image for post

อีกความดีคือน้อง ผมไม่รู้หรอกนะครับว่าน้องชื่ออะไร แต่ในเรื่องคือ กนนิม

น้องน่ารักมากกก มีความลูกสาว ทะเล้น และน่าเอ็นดูอะ

ดูแล้วหลงรักน้องเต็ม ๆ…


รีวิว

MARKETING 5.0 รีวิว TECH FOR HUMANITY

เทคโนโลยีเพื่อมนุษยชาติ !

โดยฟิลิป คอตเลอร์

วันนี้มาจัดเต็มแน่นอน ขอเวลาเรียบเรียงแป๊บบบ

Image for post
Image for post

เรียกน้ำย่อย
.
Marketing 5.0 จะกล่าวถึงเรื่องอะไร?
.
เดิมทีเหมือนหนังสือของ ฟิลลิป คอตเลอร์ แต่ละเล่มก็จะมีการเล่าถึงความเป็นมาของ
MARKETING 1.0 สินค้านำการตลาด
MARKETING 2.0 ผู้บริโภคนำการตลาด
MARKETING 3.0 มนุษย์เป็นศูนย์กลาง
MARKETING 4.0 การตลาดแบบเชื่อมโยงถึงกัน (5A)

.
5.0 เขียนต่อยอมาจาก 4.0 โดยมีหลักการที่ยกมาต่อยอดคือ
.
A-Awareness (สร้างการรับรู้)
A-Appeal (สร้างการจดจำ)
A-ASK (สร้างการปฏิสัมพันธ์)
A-Act (สร้างการลงมือ เช่นการซื้อหรือทดลองใช้)
A-Advocate (สร้างการกระตุ้นให้บอกต่อ)
.
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

โดยภาพรวม 5.0 แตะเรื่องไหนบ้าง ? - ความเข้าใจ GENERATION GAP - สร้างสังคม คอมมูนิตี้แบบยั่งยืนโดยใช้เทคโนโลยีมาช่วย - การจำแนกของ Digital ที่มาช่วยทางการตลาด - กลยุทธ์และ Framwork ใหม่ ๆ ในการทำการตลาด - กลยุทธ์แบบ On Strategy fit all จะไม่มีอยู่จริงในยุคนี้ - หุ่นยนต์ และ มนุษย์ (ในเล่มใช้คำว่า Machines Are Cool ,But Humans Are Warm) - การใช้ข้อมูลนำการตลาด (มีเฟรมเวิร์กในเล่ม) - การทำนายอนาคตโดยใช้เทคโนโลยี…


ตามหาแรงบันดาลใจ หรือปล่อยให้แรงบันดาลใจวิ่งหาเรา
ต้องเป็นแบบไหน

หลายวันที่ผ่านมาผมถูกถามในขณะ Live เล่น ๆ ว่า “อ่านหนังสือนี้ต้องบิ้วแรงบันดาลใจไหมครับ หรือสามารถอ่านได้เลย” ทำให้ผมฉุกคิด เกี่ยวกับแรงบันดาลใจหมือนกันว่าต้องเป็นแบบไหน จนต้องทำ PODCAST แรงบันดาลใจ เลยหละครับ

Image for post
Image for post

ทำให้นึกย้อนกลับไปถึงคำพูดของคนที่ผมชอบ อย่าง พี่ไอซ์ เจ๊กเม้ง ที่ทำ SODA PRINTING กล่าวว่า “ไม่มีหรอก ใจบันดาลแรง มีแต่แรงที่บันดาลใจ” ก็เป็นหนึ่งคำที่ผมชอบ และในขณะหนึ่งก็มีคำพูดจากคนที่ผมชอบอีกคนนึงที่ ก็คือพี่เอ๋ นิ้วกลม เขียนในหนังสือ (น่าจะเรื่องกาละครั้งหนึ่งสอนให้รู้ว่า) บอกว่า “แรงบันดาลใจไม่ได้อยู่กับเราในตอนเริ่ม แต่อยู่ระหว่างทาง”

คำถามคือ แล้วเราต้องเชื่อแบบไหนกัน

หลังจากนั้นผมก็เลยนั่งคิดเกี่ยวกับมัน ก็เลยคิดว่า หรือมันอาจจะถูกทั้งสองนั้นแหละ แต่แค่อยู่ในคนละช่วงเวลา คนละเสตจ เรื่องบางเรื่องเราต้องใช้ใจบันดาลแรง ใจ will power หรือเจตจำนงในการทำอะไรสักอย่าง ของแบบนี้ มันมักจะใช้ในตอนเริ่มอะไรใหม่ ๆ
แต่เมื่อถึงเวลานึงใจที่มันบันดาลแรงหมดไป ด้วยความที่มันแรงมันก็เลยมอดเร็ว ถึงเวลานี้ เราก็ต้องไปค้นหาแรงบันดาลใจที่อยู่ระหว่างทาง

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพอย่างการเขียน

ก่อนเริ่มเขียน เรามักมีไอเดีย ตื่นเต้นที่อยากจะทำมัน แต่พอเขียนไปสักพักมันก็ตัน หรือขี้เกียจเขียนไปซะอย่างนั้น เหตุผลเพราะว่า การเขียนนั้นไม่ใช่เขียนวันเดียวเสร็จ ยิ่งเขียนเป็นเล่มนี้ต้องใช้วินัยในการเขียนด้วยประมาณนึง
เวลานี้แรงบันดาลใจมันจะรอเราอยู่ที่ระหว่างทางครับ หลาย ๆ วันมันจะไม่ได้อยากเขียนเลย เพราะคิดไม่ออกบ้าง ขี้เกียจบ้าง แต่หากเราฝืนเขียนมันไปในช่วงต้น เขียนไปสักพักมันจะเกิดภาวะที่เรามีสมาธิ โฟกัสได้ หรือ Flow stage แรงบันดาลใจมันก็มาและทำให้เราเขียนต่อไปได้เรื่อย ๆ และอินกับมันนั้นเองครับ

เหมือนคำคมของจิม รอห์น ที่ว่า
“แรงบันดาลใจทำให้คุณเริ่ม แต่อุปนิสัยทำให้คุณไปต่อ”
คำคมจาก | https://www.bigdreamblog.com/home-คำคม/สารบัญ-คำคม-คำคมคนดัง/

แต่ต้องบอกว่าไม่ใช่ทุกวันที่เราจะมีแบบนี้ บางวันมันก็ไม่ออกมาจริง ๆ ฝืนไปก็กลายเป็นการดันทุรังเหมือนกัน ดังนั้นก็ ควรพักเปลี่ยนบรรยากาศบ้างนั้นเองครับ

สามารถฟังแบบ PODCAST ได้ที่นี้นะครับ เนื้อหาจะต่างกันนิดหน่อย

https://www.bigdreamblog.com/2021/02/07/bigdream-podcast-แรงบันดาลใจ/

“อยากได้สิ่งที่ไม่เคยได้ ต้องทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ”
อยากได้ในสิ่งที่ไม่เคยได้ ต้องทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ
#bigdreamblog #bigdream
follow us |
กดติดตามเพจ I Have A Big Dreams และกด see first
เพื่อไม่พลาดบทความดีๆแบบนี้ทุกวันนะครับ
รัก รัก ❤ เรามาเป็นของขวัญให้กันและกันนะ
Website : https://www.bigdreamblog.com
Blockdit : https://www.blockdit.com/bigdreamblog
Youtube : https://www.youtube.com/c/BIGDREAMBLOG
บทความ รวมคำคม | https://www.bigdreamblog.com/home-คำคม/สารบัญ-คำคม-คำคมคนดัง/
ไม่ต้องเร่งมูฟออน | https://www.bigdreamblog.com/2021/01/09/ebook-moveon/


Image for post
Image for post

ความสัมพันธ์เป็นเรื่องที่เราปฏิเสธไม่ได้เลยนะครับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเรื่องหนึ่งในชีวิตของเรา แต่ความสัมพันธ์เนี้ยมันไม่ได้สมหวังทุกครั้ง ดังเช่นหนังสือที่ผมพึ่งเขียนจบไหมเป็น หนังสือมูฟออน ที่นำเสนอแนวคิดอีกแบบนึงครับ แต่วันนี้เราไม่ได้จะพูดถึงหนังสือนะครับ เราจะพาทุกคนเข้าใจตัวเองในช่วงเวลาแบบนี้กันนะครับ สำหรับคนที่ อยากมูฟออน

เข้าใจตัวเอง

ก่อนเราจะมูฟออนได้ เราก็ต้องเข้าใจตัวเองกันก่อนว่าทางหลักจิตวิทยาแล้วเนี่ย มันมีอะไรเกิดขึ้นกับเราบ้างในช่วงที่เรากำลังทำใจ หลักนี้ผมนำมาจาก Source นี้ครับ https://psychcentral.com/lib/the-5-stages-of-loss-and-grief
เขากล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราในช่วงเวลาอกหัก หรือสูญเสียใครสักคนไป ไม่ว่าจะจากเป็นหรือจากตายนะครับโดยขั้นตอนแบ่งเป็นสเตจต่าง ๆ จะเป็นแบบนี้

1. เราจะปฏิเสธความจริง // หลีกเลี่ยงความจริง
ในช่วงเวลาแบบนี้สิ่งที่เราหลาย ๆ คนทำคือการปฏิเสธไม่ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น

2. โกรธ
สเตจถัดมาคืออาการโกรธ เรามักจะหาเรื่องใส่อารมณ์ให้รื่องราวที่เกิดขึ้น หาแพะโยนความผิดให้บุคคลบางคนว่าเป็นตัวการทำให้เหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้น
3. ต่อรองกับมัน
เราเริ่มที่จะหาทางแก้ หาทางยื้อ หาทางต่อรองกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม

4. เศร้า
หลังจากการต่อรองไม่ได้ผล สิ่งที่ตามมาก็คือการเศร้าโศกเสียใจ ร้องไห้ ช่วงเวลาที่เราฟูมฟายที่สุดจะเป็นช่วงเวลาแบบนี้นั้นเองครับ
5. ยอมรับความจริง
หลังจากผ่านกระบวนการทั้งหมดแล้ว การมูฟออนก็ใกล้จะสำเร็จเพราะเราจะเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเข้าใจและยอมรับความจริงนะครับ ในขั้นตอนนี้ไม่ใช่เราหายเศร้าซะทีเดียว แต่จะเป็นช่วงที่ เราเริ่มเข้าใจว่าอะไร ๆ ก็ไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมนั้นเองครับ

อยากมูฟออน เร็ว ๆ

อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับและเป็นวิธีใช้ส่วนตัว คือ ผมเชื่อว่า เรื่องของเวลา เร็วช้านี้เป็นเรื่องของบุคคลเลยครับ บางคน 1 เดือน ก็ถือว่าเร็ว บางคน 1 เดือนก็ถือว่าช้า
แต่สิ่งที่ช่วยให้เรามูฟออนได้ก็คือเรื่องของเวลาครับ หากเราเผชิญหน้ากับปัญหาได้เร็วมากขึ้นเท่าไหร่ มันก็จะดีต่อการมูฟออนมากขึ้นเท่านั้นแหละครับ
เราอาจจะหางานอดิเรกทำ หรือออกไปหาเพื่อน ๆ บ้าง เผื่อให้เราไม่เศร้าจนเกินไป แต่ผมเชื่อว่าการทำแบบนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้เรามูฟออนได้เร็วขึ้นนะครับ มันเป็นเหมือนช่วงเวลาให้เราได้พักได้คิดถึงเรื่องอื่น ๆ มากกว่าครับ

แต่สุดท้ายมันก็จะเป็น “เวลา” แหละครับที่ช่วยให้เรามูฟออนได้ ดังหนังสือมูฟออน ปล่อยให้เรื่องของเราค่อย ๆ ผ่านไป แหละครับ

และเราก็จะเรียนรู้จากมัน
เหมือนคำคมที่ว่า
ในที่สุด สิ่งได้เรียนรู้คือการเข้มแข็งที่จะอยู่คนเดียว
คำคม จาก | https://www.bigdreamblog.com/home-คำคม/สารบัญ-คำคม-คำคมคนดัง/

KARNNIKRO

I’m an entrepreneur in Thailand

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store